[SF] More than KISS (MinKyu)
posted on 25 May 2009 18:33 by 13minkyu in FICTION
Title : More than KISS
Couple : SungMin x KyuHyun
“คน นี้แหละ!!!” สิ้นเสียงก็ชูภาพบุคคลที่ต้องการให้คนรับใช้ทุกคนดูกันทันที ทุกคนต่างพาอึ้งกันเป็นแถวทันที มองหน้าเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ
“เอ่อ...คุณหนูครับ นี่มันลูกชายนายกเลยนะครับ”
“เออ! จะเอาคนนี้แหละ!! ลูกชายนายกก็ลูกชายนายกดิ! เดี๋ยวฉันจะทำให้ครางลั่นบ้านเลย!!!”
ตอนนี้ทุกคนต่างพากันมองหน้าแล้วถอนหายใจเบาๆ แต่มีหรือที่คนเป็นนายจะไม่เห็น ด้วยความโมโหจึงตะคอกใส่ทันที
“ไปเอาตัวมาสิ! ยืนเอ๋อหาอะไรวะ!?”
“ครับๆ คุณหนู ผมจะรีบไปนำมาเดี๋ยวนี้แหละ” พูดพร้อมกับก้มหัวแล้วรีบเดินไปทันที คนเป็นนายยิ้มร้ายแล้วมองคนในรูปพร้อมหัวเราะหึหึในลำคอ
เตรียมรอครางได้เลยโจวคยูฮยอน!
“คยูฮยอน! มีคนมาหาแน่ะ”
“ใครเหรอฮะ?”
“ไม่รู้สิ รู้แต่ใส่ชุดดำกันมาหมดเลยอะ น่ากลัวๆ อย่างไงไม่รู้”
“อ่า...ครับ” โจวคยูฮยอนยิ้มๆ แล้วเดินไปหาแขกที่มาหาตน แต่ล่ะคนใส่ชุดดำกันดูน่ากลัว เหมือนจะมาหาเรื่องอย่างไงไม่รู้
“เอ่อ...มีอะไรเหรอครับ?”
“โจวคยูฮยอนใช่มั้ย?”
“ครับ” คยูฮยอนตอบ ชายชุดดำทุกคนยิ้มๆ แล้วก็พูดต่อ
“คยูฮยอน ฉันรู้ว่าครอบครัวนายกำลังติดหนี้หลายสิบล้านวอน”
“คุณรู้ได้ไง!?” คยูฮยอนรู้สึกงงๆ คนแปลกหน้าข้างหน้ารู้ได้อย่างไรว่าครอบครัวเขาติดหนี้หลายสิบล้านวอน
“ทั้งๆ ที่พ่อเป็นนายกแท้ๆ แต่เพราะไปเล่นพนันจนหนี้ท่วมตัว เลยได้แต่ทำเนียนไม่ยอมบอกประชาชน”
“...”
“แต่พ่อของนายน่ะติดพนันมาก เงินที่ได้มาทั้งหมดจึงถูกใช้ไป นายคงจะหนักใจสินะว่าจะใช้หนี้พวกนี้อย่างไง”
“...”
คยู ฮยอนก้มหน้านิ่ง ย้อนเหตุการณ์ไปยังอดีตที่พ่อของเขาเล่นการพนันจนหนี้ท่วมตัว แม่ของเขาเสียใจมากจึงฆ่าตัวตาย เขาเลยต้องทนเห็นพ่อเล่นพนันมาตลอด
“ฉัน มีข้อเสนอดีๆ ค่าตอบแทนสามสิบล้านวอน สนใจมั้ย?” ชายชุดดำถามขึ้น คยูฮยอนเงยหน้ามองอย่างงงๆ ทันที ข้อเสนออะไรได้ตั้งสามสิบล้านวอน?
“อะไรเหรอครับ?”
“ตามพวกฉันมา จะพาไปให้คุณซองมิน”
“อะ... เอ๋!? คุณซองมินนี่คืออีซองมินลูกชายเจ้าของธุรกิจร้อยล้านเหรอครับ!?” คยูฮยอนเบิกตากว้าง ถึงแม้พ่อของเขาจะเป็นนายก แต่ถ้าเทียบเรื่องเงินล่ะก็...ครอบครัวเขาแพ้แน่นอน
“โอเคมั้ย?”
“...อะ...เอ่อ...”
“เร็ว พวกฉันไม่มีเวลามากหรอกนะ ตกลงก็รีบบอก”
“คะ...ครับ” คยูฮยอนรีบตอบไปทันที เขาตกลงโดยที่ไม่รู้ว่าข้อเสนอของซองมินคืออะไร ขออย่างเดียวคือไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายเถอะ
“นั่งรอที่นี่ เดี๋ยวคุณซองมินจะมาบอกข้อเสนอของนาย” ชายชุดดำสั่งหลังจากพาคยูฮยอนมายังร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
“ครับ” ตอบพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบร้านสักพัก เมื่อเหล่าชายชุดดำออกไปจากร้าน ร่างของซองมินก็เดินเข้ามาในร้านทันที
“โจวคยูฮยอนใช่มั้ย”
“อ่า คะ...ครับ”
ซองมินยิ้มแล้วนั่งลงจากนั้นก็มองหน้าคยูฮยอนสักพักนึงจึงยื่นกระดาษให้คยูฮยอน
“อะไรเหรอครับ?”
“เซ็นก่อนไม่งั้นฉันจะไม่บอกข้อเสนอ”
คยูฮยอนมองหน้าซองมินทันทีที่อีกคนพูดจบ ให้เซ็นก่อนถึงจะบอก? แสดงว่ามันต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ
“เซ็นสิ รออะไรล่ะ”
“เอ่อ...ผมไม่อยากได้ข้อเสนอของคุณแล้ว ขอโทษนะครับ”
“ทำไม?” ซองมินเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“... ผมคิดว่ามันต้องเป็น...เรื่องไม่ดีแน่ๆ ขอโทษด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” คยูฮยอนบอกแล้วเตรียมจะลุกเดินหนีแต่ซองมินเรียกรั้งไว้ก่อน
“แล้วถ้าฉันเพิ่มให้เป็นห้าสิบล้านวอนล่ะ?”
“ต่อให้เงินมากแค่ไหน ถ้างานไม่ดีผมก็ไม่ทำหรอกครับ”
ซองมินมองคยูฮยอนอย่างไม่พอใจแล้วเอนหลังพิงกับเก้าอี้
“เฮอะ ถ้าพ่อนายติดหนี้เพิ่มขึ้น อย่ามาร้องขอให้ฉันช่วยแล้วกัน ได้ตั้งห้าสิบวอนไม่เอา หึ”
คยูฮยอนกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะกระทืบเท้าออกไป ซองมินมองตามพร้อมกับยิ้มร้าย มือก็หยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์แล้วโทรออก
“วันนี้แกไปแฉพ่อของคยูฮยอนให้หมดเปลือก ทั้งเรื่องการพนัน ติดหนี้ และเรื่องเลวๆ ของพ่อมันทุกอย่าง! เอาให้เครียดตายไปเลย!”
หลัง จากกลับมาบ้าน คยูฮยอนก็ได้แต่นั่งครุ่นคิด การที่เขาปฏิเสธซองมินไปอย่างนั้น...มีหรือที่คนอย่างอีซองมินผู้เหนือกว่า เขาทุกอย่างจะยอมง่ายๆ เงินตั้งห้าสิบล้านวอนไม่ใช่น้อยๆ แทบจะไม่มีใครกล้าปฏิเสธเหมือนเขา
...หาเรื่องใส่ตัวแล้วสิโจวคยูฮยอน
“คยูฮยอน! มาดูพ่อหน่อยสิ!” เสียงใสของพี่ชายหน้าสวย ‘คิมฮีชอล’ ดังขึ้น คยูฮยอนจึงรีบลุกพรวดแล้ววิ่งไปหาทันที
“ทำไมเหรอฮะ?”
“เมา กลับมาอีกแล้ว ดูสิ โดนอัดมาอีก โธ่...ต้องติดหนี้เพิ่มอีกแล้วแน่เลย” ฮีชอลบอกพร้อมกับมองหน้าพ่อตัวเองแล้วพยุงร่างหนาขึ้นไปยังชั้นบน
“พี่ฮะ ตอนนี้หนี้ของพ่อเท่าไรเหรอฮะ”
“หือ? อยากรู้ทำไมล่ะคยูฮยอน รู้ไปเดี๋ยวก็รู้สึกแย่ เพราะมันไม่ใช่น้อยๆ”
“บอกมาเถอะฮะ”
“เออๆ ก็ได้ๆ” ในที่สุดฮีชอลก็ต้องยอมบอกทั้งๆ ที่อยากจะเก็บตัวเลขหนี้ของพ่อ “สี่สิบล้านวอนล่ะ ตอนนี้คงถึงห้าสิบล้านวอนแล้วมั้ง”
“หา!?” คยูฮยอนตาโตทันทีเมื่อได้รู้ เพราะมันเยอะมาก เขาเริ่มเหงื่อตก ต่อไปต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดทุกอย่างก็ต้องแย่หมดแน่นอน
“บอกแล้ว เฮ้อ พ่อก็ไม่น่าไปเล่นพนันเลย ดูสิติดหนี้ขนาดนี้” ฮีชอลบ่นเบาๆ แล้ววางร่างของพ่อลงบนเตียงจากนั้นก็ปิดประตูแล้วเดินออกมา
“จะหาเงินใช้หนี้พ่อไงดีนะ” ฮีชอลพิงหลังกับประตูก่อนจะพึมพำเบาๆ
“เอ่อ...พี่ฮะ ถ้ามีงานที่ได้ห้าสิบล้านฟรีๆ พี่จะทำไหมฮะ?” คยูฮยอนเอ่ยถาม
“ทำสิ”
“แล้วถ้ามันเป็นงานไม่ดีล่ะฮะ?”
“ฉัน ก็จะทำเพราะฉันทนเห็นพ่อติดหนี้มากมายแบบนี้ต่อไปไม่ไหว แทบทุกวันที่เห็นพ่อโดนซ้อมมาจนประชาชนเริ่มสงสัยว่าทำไมหน้าพ่อเขียวๆ บวมๆ ฉันกลัวว่าครอบครัวเราจะพังก็ตรงนี้แหละ งานดีไม่ดีขอให้ช่วยพ่อใช้หนี้ได้ก็พอแล้ว”
“...”
เพราะคำตอบของฮีชอล ทำให้คยูฮยอนนิ่งเงียบไป เขารู้สึกแย่และอยากโทษตัวเองเหลือเกิน ข้อเสนอของซองมิน...ห้าสิบล้านวอน บ้าที่สุด! ทำไมต้องไปปฏิเสธด้วยนะคยูฮยอน! ทั้งๆ ที่เงินพวกนี้จะช่วยให้พ่อใช้หนี้ได้แล้วเชียว
“เป็นไรไปคยูฮยอน” ฮีชอลเอียงคอถามน้องที่ยืนนิ่ง
“อะ... อ๋อ ปะ...เปล่าฮะ ไม่มีไรหรอก ผมไปนอนก่อนนะฮะ” พูดจบก็รีบเดินหนีไปห้องตัวเองทันที ฮีชอลมองตามแล้วถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็กลับห้องตัวเองบ้าง
โครม! โครม! โครม!
เสียงทุบประตูยามดึกดังขึ้นทำให้คยูฮยอนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาแล้วมองไปยังประตู
“คยูฮยอน! ออกมานี่ก่อนเร็ว!!” เสียงของฮีชอลดังขึ้น คยูฮยอนจึงลุกไปเปิดประตูทั้งๆ ที่ตัวเองก็งัวเงียอยู่
“ทำไมเหรอฮะ? ผมง่วงนะ”
“เมื่อกี้...เมื่อกี้มีคนโทรมาที่บ้าน แล้ว...แล้ว...” เสียงของฮีชอลสั่นเครือจนคยูฮยอนเริ่มกลัวๆ ขึ้นมา อาการงัวเงียหายไปทันที
“ทำไมเหรอฮะ?”
“เขา บอกว่า...เตรียมตัวดูข่าว...เช้านี้...ข่าวเกี่ยวกับ...ระ..เรื่องไม่ดีของ ...พะ...พ่อเรา” น้ำตาของฮีชอลค่อยๆ ไหลออกมา คยูฮยอนรู้สึกตกใจขึ้นมาทันที
“ใคร!? ใครโทรมาฮะ!?”
“มะ...ไม่รู้” ฮีชอลเม้มริมฝีปากแน่น ปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ความเข้มแข็งหายไปหมด ตอนนี้เป็นเพียงแค่ฮีชอลผู้อ่อนแอเท่านั้น
“เขาไม่บอกชื่อเลยเหรอฮะ!?”
“ฉะ...ฉันถามไปว่า...ใครทำ..บะ...แบบนี้ คนที่โทรบอกว่าให้ไปเคลียร์กับ...” ฮีชอลเว้นวรรคแล้วพูดต่อ “...อีซองมิน”
“ผม ต้องการพบคุณซองมินเดี๋ยวนี้!!” เสียงของคยูฮยอนตะโกนดังลั่นก่อนที่เจ้าตัวจะทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น ทุกคนต่างหันมามองกันหมดแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง
“คุณ คะ ท่านประธานไม่ยอมให้ใครเข้าพบคุณซองมินได้ง่ายๆ เลยนะคะ ถ้าไม่ใช่เรื่องธุรกิจก็ไม่สามารถเข้าพบได้ค่ะและถ้าฝ่าฝืนอาจจะโดนท่าน ประธานต่อว่ารุนแรงนะคะ”
“ผมจะพบให้ได้!! ผมไม่กลัวพ่อของคุณซองมินหรอกนะ!” คยูฮยอนตะคอกใส่อย่างโมโห ตอนนี้เขาต้องการเข้าไปเคลียร์กับซองมินโดยด่วน คนที่ทำให้ครอบครัวของเขาพังลง
“ไม่ได้นะ คะคุณ ห้ามเข้านะคะ!” ฝ่ายหญิงพยายามดันร่างของคยูฮยอนไว้แต่ก็สู้แรงไม่ไหวจึงล้มไปนอนกองกับพื้น ส่วนคยูฮยอนก็เปิดประตูเข้าไปทันทีซึ่งในห้องมีท่านประธานและซองมินอยู่
“ใครสั่งให้นายเข้ามา?”
“ผมต้องการเคลียร์กับคุณซองมิน!!”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องธุรกิจก็เสียใจด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะโทรเรียกรปภ. มาลากตัวออกไป” ท่านประธานบอกแต่ซองมินพูดขึ้นมาก่อน
“เรื่องธุรกิจน่ะครับพ่อ”
“งั้น เหรอ? อืม งั้นพ่อไปรอข้างนอกแล้วกัน” ท่านประธานบอกแล้วเดินออกจากห้องไปซึ่งซองมินก็ปั้นยิ้มเต็มที่ เมื่อเสียงประตูเงียบลง คยูฮยอนก็ระเบิดอารมณ์ใส่ทันที
“คุณทำแบบนี้ทำไม!? ครอบครัวผมต้องพังพินาศลงเพราะคุณ!”
“อ๋อ? ดูข่าวแล้วเหรอ เป็นไงล่ะ?” ซองมินถามเสียงเรียบยิ่งกระตุ้นความโมโหของคยูฮยอนเพิ่มเป็นร้อยเท่า
“ทำไม!? ผมอยากรู้ว่าทำไม!? คุณเห็นครอบครัวผมเป็นอะไร!? ผมไปทำอะไรให้คุณ!?”
“หึ นายก็รู้ว่าไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธฉันแบบนาย ฉันก็เลยอยากสั่งสอนนายสักหน่อย” ซองมินตอบแล้วเอนหลังพิงกับเก้าอี้
“แล้วดูสิ! เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวผม!? มันหมดแล้ว...ไม่เหลือแล้ว ทั้งเงิน ชื่อเสียง ของพ่อผมและครอบครัว”
“งั้น ก็รับข้อเสนอฉันสิ งานนี้ฉันเพิ่มให้ร้อยล้านวอน” ซองมินยื่นกระดาษให้คยูฮยอนแล้วนั่งรออีกคนเงียบๆ ฝ่ายคยูฮยอนก็เงียบเช่นกันแล้วก็นึกถึงคำพูดของฮีชอล แถมตอนนี้...ครอบครัวเขาไม่เหลืออะไรแล้ว
อย่างไงก็ต้องรับข้อเสนอ...
“ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายใช่มั้ย”
“ไม่ใช่ เซ็นซะเดี๋ยวก็รู้”
คยูฮยอนไม่รอช้ารีบเซ็นทันที ซองมินยิ้มแล้วบอกข้อเสนอของตนไป
“ก็แค่มาช่วยฉันทำงาน เอาเอกสารมา ก็แค่นี้ เดือนเดียวได้ตั้งร้อยล้านวอน ที่สำคัญ...นายต้องตามใจฉันด้วย โอเคมั้ย?”
“หา!? แค่นี้เองเหรอ!?” คยูฮยอนแอบตกใจเล็กน้อยเพราะเขาคิดไปซะไกลเลยว่ามันจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย คิดมากจริงๆ คยูฮยอน แต่...เขาต้องตามใจซองมินทุกอย่างจริงเหรอ?
“เริ่มงานวันไหน”
“พรุ่งนี้ และนายต้องมาอยู่บ้านฉันด้วย”
“ว่าไงนะ!?” คยูฮยอนตาโต ให้ไปอยู่บ้านด้วยอย่างงั้นเหรอ? คิดจะทำอะไรเนี่ยอีซองมิน!?
“โอเคมั้ย?”
“กะ...ก็ได้ๆ งั้นผมกลับก่อนล่ะ” คยูฮยอนตอบแล้วรีบเดินหนีออกจากห้องไปทันที ส่วนซองมินก็นิ่งแล้วยิ้มร้ายจากนั้นก็พูดเบาๆ
“เสร็จฉันล่ะโจวคยูฮยอน”
วัน ใหม่เริ่มต้นขึ้น คยูฮยอนรู้สึกเครียดและไม่อยากไปเจอหน้าซองมิน เขาไม่กล้าบอกฮีชอลเพราะกลัวโดนว่า เมื่อได้เงินมาแล้วก็ค่อยไปบอกแล้วกัน
“มาแล้วเหรอ ดี งั้นไปยกเอกสารที่ชั้นสองมาให้ฉันด้วย”
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง ซองมินก็สั่งในขณะที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ คยูฮยอนทำหน้าฟึดฟัดแล้วกระทืบเท้าออกจากห้องไป
“อะไรวะ!? มาถึงก็สั่งแล้ว จะรู้มั้ยเนี่ยว่าที่ไหนอยู่ตรงไหน โอ้ย! ปวดหัวโว้ย!!”
“เอ่อ...คุณคยูฮยอนใช่มั้ยคะ?” หญิงสาวเมื่อวานที่ถูกคยูฮยอนผลักจนล้มเดินมาถาม
“อ่าครับๆ ว่าแต่คุณคือคนที่ผมผลักเมื่อวานใช่มั้ยครับ? ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณซองมินใช้ไปเอาเอกสารใช่มั้ยคะ? ตามฉันมานะคะ เดี๋ยวฉันจะแนะนำให้ด้วย”
“ขอบคุณมากครับ” คยูฮยอนขอบคุณแล้วยิ้มจากนั้นก็เดินตามไป จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง...
“แค่ไปเอาเอกสารเนี่ยนะ! ทำไมไปตั้งชั่วโมงนึงฮะ!?” ซองมินตะคอกใส่ทันทีที่คยูฮยอนวางเอกสารบนโต๊ะ
“ก็มีคนมาแนะนำเกี่ยวกับบริษัทคุณนี่นา ถ้าไม่มีเขา คงไม่ใช่แค่ชั่วโมงเดียวหรอก”
“ใครแนะนำ!?”
คยูฮยอนเกาหัวแกรกๆ แล้วตอบไปอย่างเซ็งๆ
“ผู้หญิงหน้าห้องคุณน่ะ”
“อ๋อ อย่าไปยุ่งกับยัยนั่นอีกล่ะ” ซองมินทำหน้าเหมือนนึกออกแล้วก็บอกไป คยูฮยอนมองอย่างงงๆ แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก
กลางวัน
คยู ฮยอนเดินออกจากห้องซองมินอย่างดีใจ ในที่สุดเขาก็มีเวลาได้ออกมาเดินเล่นสักทีเพราะซองมินเล่นใช้งานโดยไม่ให้ พักเลย แต่แล้วก็มีเสียงใสเรียก
“คุณคะ! คุณคยูฮยอน!”
“อ่าว คุณนั่นเอง” คยูฮยอนหันไปยิ้มให้หญิงสาวที่วิ่งมาหา
“ไป ข้างล่างด้วยกันนะคะ อ้อ! ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันชื่อแพยูรีนะ” ยูรีแนะนำตัวเองพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตรจากนั้นก็ชวนคยูฮยอนไปข้างล่าง โดยมีสายตาของซองมินมองตามมาติดๆ
“ฉันบอกว่าอย่าไปยุ่งกับยัยนั่น!” ซองมินตวาดใส่อย่างโมโหทำให้คยูฮยอนหงุดหงิดเป็นสองเท่า
“ยูรีก็เป็นคนดีออก ทำไมคุณต้องโมโหด้วย”
“นาย ยังไม่รู้เกี่ยวกับยัยนั่น! ฉันขอเตือน…ห้ามไปยุ่งกับยูรีอีก!!” ซองมินสั่งน้ำเสียงเครียดแต่มีหรือที่คยูฮยอนจะฟังเลยได้แต่พยักหน้าหงึกๆ แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายเต็มทน
อุตส่าห์ได้เพื่อนดีแล้วยังจะมาบอกให้ห้ามยุ่งอีก เฮอะ! อย่าคิดว่าฉันจะฟังนาย!
“คยูฮยอน เป็นไงบ้าง คุณซองมินใช้งานหนักมากเลยมั้ย?” ยูรีวิ่งมาถาม คยูฮยอนยิ้มแล้วปาดเหงื่อก่อนจะบ่นไปอย่างหงุดหงิด
“หนักสุดๆ! ผมล่ะเบื่อซองมินจริงๆ”
ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว คยูฮยอนกับยูรีก็สนิทกันมากขึ้น ไปที่ไหนก็จะตัวติดกันเสมอ สนิทกันจนคล้ายแฟนกัน
“คยูฮยอนๆ เดี๋ยวฉันหาโต๊ะให้นะ นายไปซื้อน้ำให้หน่อยสิ” ยูรีบอกพร้อมกับชี้นิ้วไปยังร้านที่ขายน้ำ
“ได้สิ” ว่าแล้วคยูฮยอนก็รีบวิ่งไปทันที ยูรีมองหาโต๊ะแล้วเดินไปนั่ง สักพักคยูฮยอนก็วิ่งมาพร้อมน้ำสองแก้ว
“คยู ฮยอน ฝากเอานี่ไปทิ้งหน่อยสิ ขอโทษด้วยนะคือฉันต้องโทรหาแม่แป๊บนึง” ยูรีวานแล้วยื่นขยะให้ คยูฮยอนไม่ว่าอะไรแล้วเดินไปทิ้งขยะ ยูรีชะเง้อมองสักพักก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาเปิดจากนั้นก็ล้วงเม็ดยาสีขาวขึ้น มามอง หญิงสาวยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยจากนั้นก็ปล่อยยาลงในแก้วน้ำคยูฮยอน รอสักพักจึงค่อยๆ ละลายพอดีกับที่คยูฮยอนกลับมา
“ดื่มน้ำให้หายเหนื่อยสิ”
“ขอบใจนะ”
ยูรีมองอีกคนดื่มน้ำจนหมดแก้วก่อนจะยิ้มร้ายลับๆ อีกไม่นานแล้ว...แผนของแพยูรีก็จะสำเร็จแล้ว
“เฮ้ย!! ต้องไปเอาเอกสารไปให้ซองมินนี่นา! ขอตัวก่อนนะยูรี”
คยู ฮยอนลุกพรวดพร้อมบอกกับเพื่อนสนิทจากนั้นก็วิ่งแจ้นเข้าตึกไปทันที ยูรีลุกเตรียมจะเรียกแต่ก็ไม่ทันเลยได้แต่นั่งเซ็งที่แผนไม่สำเร็จ
ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยนะ! หญิงสาวคิดในใจอย่างโมโห
คยู ฮยอนรีบวิ่งมายังห้องซองมินทันทีที่ได้เอกสาร เขาต้องโดนด่าแน่ๆ เลยเพราะอีกคนสั่งไว้ว่าห้ามเกินเวลาที่สั่ง แต่นี่เกินมาตั้งห้านาทีแล้ว! แย่ชะมัดเลยคยูฮยอน!
ปัง!!
คยูฮยอนผลักประตูเข้ามาแรงแล้ววิ่งไปวางเอกสารบนโต๊ะของซองมินจากนั้นก็ย้อนกลับไปปิดประตูแล้วยืนหอบ
“ตั้งห้านาที นายนี่แย่ชะมัด”
อะไรวะ เอาเอกสารมาให้ก็ดีกว่าไม่เอามาแล้วกัน คยูฮยอนคิดในใจอย่างหงุดหงิดแล้วนั่งลงบนโซฟามองดูซองมินเซ็นเอกสาร
เฮือก!
คยู ฮยอนเบิกตากว้างเมื่ออยู่ๆ ความต้องการก็พุ่งพล่านขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ เหลือบตามองกายส่วนล่างก็พบสิ่งนั้นเริ่มดันกางเกง เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าของเขา ริมฝีปากก็เม้มจนแดงพยายามนิ่งเพื่อให้อารมณ์ลดลง
ทำไม อยู่ๆ...เพราะอะไรนะ? คยูฮยอนคิดในใจพร้อมหลับตาลงแล้วคิดหาเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้แต่สุด ท้ายก็หาไม่ได้ สมองก็จะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ยิ่ง นั่งนิ่ง ยิ่งเม้มริมฝีปาก ความต้องการมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแทบทนไม่ไหว อยากจะวิ่งไปห้องน้ำเพื่อจัดการแต่ก็ขยับขาไม่ออก เพราะสายตาของคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งกำลังจ้องมองเขา
“เป็นอะไรคยูฮยอน” ซองมินเอ่ยถาม คยูฮยอนแอบสะดุ้งแต่ก็พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด
“ปะ...เปล่า แค่ร้อนน่ะ”
“ร้อนอะไร แอร์ก็เปิด เหงื่อนายเต็มหน้าเลยนะ”
“อะ...เออน่ะ เดี๋ยวผมก็หายร้อน คะ..คุณทำงานต่อไปเหอะ” คยูฮยอนรีบตัดบท ซองมินพยักหน้าแล้วก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อ
มือ ทั้งสองบีบที่เข่าพร้อมกับกัดฟันแทนเม้มริมฝีปาก ความต้องการไม่เคยลดลงแม้แต่น้อยแต่กลับมากขึ้นจนน่าแปลกใจ เขาหายใจเข้า-ออกยาวๆ แล้วเอนหลังพิงกับโซฟา หลับตาลงเพราะคิดว่าน่าจะช่วยได้
แต่ ผิดคาด ฤทธิ์ยาของยูรีที่เขากินเข้าไปมันแรงกว่าที่คิด อุณหภูมิในร่างกายของคยูฮยอนก็เพิ่มขึ้น ทั้งร้อนรุ่ม ทั้งต้องการ แต่ขาไม่พาเขาเดินออกจากห้องไปเลย
“นายเป็นอะไรคยูฮยอน”
เสียงของอีกคนดังข้างหูทำให้คยูฮยอนตกใจสะดุ้งเฮือกหันมองหน้าอีกคนพร้อมกับรีบตอบไปทันที
“เปล่า! มะ..ไม่มีอะไร...หรอก”
“แล้วทำไมเหงื่อถึงผุดเต็มหน้า?”
อีกคนยังไม่เลิกสงสัยพร้อมกวาดสายตามองร่างของอีกคนแล้วไปสะดุดกับส่วนนั้นที่ออกอาการมากกว่าส่วนอื่น
ครู่เดียวซองมินก็คิดออกทันที รู้แล้วว่าที่คยูฮยอนเป็นแบบนี้เพราะอะไร ไม่ใช่ยัยนั่นก็คงเป็นไปไม่ได้
“เมื่อกี้ลงไปกับยูรีใช่มั้ย”
“ชะ...ใช่”
“แล้วยูรีวานอะไรบ้างมั้ย?”
“กะ...ก็มีไปซื้อน้ำกับ...ทิ้งขยะให้” คยูฮยอนตอบเสียงแหบพร่า
“โดนยาปลุกยัยนั่นแล้วนายน่ะ”
“วะ..ว่าไงนะ!?” คยูฮยอนเบิกตากว้างอย่างตกใจ เขาไม่เชื่อที่ซองมินพูด ยูรีไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ ต้องไม่ทำแน่ๆ
“คิดว่าฉันโกหกเหรอ? ลองไปถามพวกผู้ชายดูสิ โดนกันมาทั้งนั้นแล้ว ยกเว้นฉัน”
“ไม่จริง...”
“ช่าง เถอะ ฉันเตือนนายไปแล้วว่าอย่าไปยุ่ง เป็นไง? โดนเข้าให้แต่ดีนะที่เอาเอกสารมาให้ฉันก่อน” ซองมินพูดพร้อมยิ้มร้ายซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้คยูฮยอนเป็นอย่างดี
“ไหนๆ ก็ไหนๆ ล่ะ สงสารนายเหมือนกันที่ต้องทรมาน ฉันช่วยก็ได้” พูดจบก็วางมือบนส่วนนั้นทันทีทำให้คยูฮยอนตกใจแล้วหันไปถามอีกคน
“จะ...จะทำอะไรผม!?”
“จะช่วย”
คำ ตอบสั้นๆ แค่นี้ก็ทำให้คยูฮยอนรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่ตอนนี้...อารมณ์ของเขากำลังเพิ่มขึ้นยากที่จะดับลง อย่างไงก็ต้องให้ซองมินช่วยอย่างเดียวแล้ว
“อ๊ะ!”
เสียง ร้องดังขึ้นเมื่อมือของซองมินปลดซิบกางเกงคยูฮยอนลงแล้วเคลื่อนไปสะกิดยัง ส่วนนั้นยิ่งออกอาการความต้องการมากขึ้น กำหลวมๆ แล้วรูดขึ้นลงอย่างช้าๆ ให้อีกคนทรมานเล่น
“ระ...เร็ว...หน่อยสิ” คยูฮยอนร้องขอ
“อยากช้า ทำไมล่ะ?” พูดพร้อมยิ้มกวนๆ ให้ คยูฮยอนได้แต่ทำหน้าไม่พอใจ อยากจะทำเองแต่ก็คงถูกปัดมือแน่นอน
“ฉันชอบสีหน้าตอนทรมานของนายจัง” ซองมินกระซิบเบาๆ ที่หูแล้วกัดที่ติ่งหูเบาๆ เพิ่มความเสียวซ่านให้คยูฮยอนเป็นอย่างมาก
“ระ..เร็วๆ สิ ขะ..ขอร้อง”
“ตามใจฉันสิ ฉันอยากทำช้า”
“นะ...นายนี่มัน...”
ได้แต่มองอย่างหงุดหงิด นี่ต้องทรมานเพราะตามใจซองมินจริงๆ เหรอเนี่ย? ตอนนี้เขาต้องการปลดปล่อยจะแย่อยู่แล้ว!
“อ๊ะ! อ๊าาาาาาาาา!”
อยู่ๆ จากที่ช้าๆ ก็เปลี่ยนเป็นไวโดยที่คยูฮยอนไม่ทันตั้งตัว ตอนนี้เขาเห็นความสุขอยู่ข้างหน้าแล้ว แทบจะไม่ไหวแล้ว อารมณ์ของเขากำลังรอปลดปล่อย
“อ๊าาาาาาาา! แฮ่กๆ”
ในที่สุดของเหลวขุ่นก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนเลอะเปรอะเปื้อนมือของซองมิน เสียงหอบของคยูฮยอนดังขึ้น รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน
“อะ...อุ๊บ!”
ยังไม่ทันที่จะหลับตาลง นิ้วเรียวของอีกคนก็ถูกส่งเข้ามาในโพรงปากของคยูฮยอนทันทีพร้อมกับประโยคที่ทำให้หน้าแดงเรื่อ
“ไม่ชิมของนายหน่อยเหรอ?”
คยูฮยอนหน้าแดงไม่รู้จะทำอย่างไรเลยใช้ลิ้นเลียน้ำรักที่เปื้อนนิ้วของซองมินอยู่ รู้สึกเขินๆ เกร็งๆ อย่างไงไม่รู้ น่าอายชะมัด
“เอา ล่ะ เดี๋ยวนายจัดการกางเกงนายต่อด้วย ฉันจะได้ทำงานต่อ” ซองมินบอกหลังจากดึงนิ้วที่ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยออกมา คยูฮยอนไม่ตอบแต่พยักหน้าหงึกๆ
“อ้อ มีอีกอย่างนึง” ซองมินยื่นหน้าไปกระซิบเบาๆ ที่หู ยิ้มที่มุมปากแล้วพูดต่อ “เสียงครางนายดังชะมัด”
“พะ...พูดอะไรของคุณน่ะ!?”
น่าอายจริงๆ เลยคยูฮยอน!
เร็วเหลือเกิน...
เวลามันผ่านไปเร็วมากจริงๆ...
เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น...
วันสุดท้ายก็มาถึง...
“ยังยุ่งกับยัยยูรีอีกเหรอ!?”
“ยูรีมายุ่งกับผมเองต่างหาก!”
หลังจากปิดประตูหนียูรีได้ คยูฮยอนก็รู้สึกหนักใจเหลือเกิน ส่วนซองมินก็ถามเสียงโมโห เจอไปขนาดนั้นใครเขาอยากจะยุ่งล่ะ?
“คยูฮยอน! ทำไมต้องปิดประตูใส่หน้าฉันล่ะ!?” เสียงใสดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุบประตู คยูฮยอนถอนหายใจอย่างหน่ายๆ แล้วไปนั่งที่โซฟา
“คยูฮยอน! โกรธอะไรยูรี!?”
คยูฮยอนจะตอบกลับไปแต่ซองมินห้ามไว้ก่อนแล้วเดินไปเปิดประตู
“ก็เพราะเธอใส่ยาปลุกเซ็กส์ในแก้วแล้วให้คยูฮยอนดื่มไงล่ะ”
“คะ...คุณซองมิน!?”
ยูรีตาโตเพราะตกใจ หน้าเริ่มซีด ทำไมซองมินถึงรู้ได้ล่ะ? และถ้าซองมินรู้...คยูฮยอนก็ต้องรู้!
“คิดแล้วว่าเธอต้องทำแบบนี้ หึ”
“อะ...เอ่อ...”
มีโดนด่าแน่ๆ แพยูรี
“อยากโดนไล่ออกมั้ย?” ซองมินถามเสียงเรียบ มองด้วยสายตาเย็นชา ยิ่งทำให้ยูรีกลัวมากกว่าเดิม
“มะ...ไม่ค่ะ ขะ...ขอโทษนะคะ! ฉัน...ฉัน...”
“ไปซะ!! ถ้ามีอีกครั้งโดนไล่ออกแน่!!” ซองมินตวาดใส่หน้า ยูรีจึงรีบวิ่งหนีไปทันที
“โอเคล่ะ”
ซองมินปิดประตูแล้วไปนั่งที่เก้าอี้
“ฉันโอนเงินให้นายแล้วนะ เอาไปใช้หนี้พ่อนายซะ”
“ขอบคุณฮะ แล้ว...ผมก็ไม่ต้องมาทำงานอีกแล้วใช่มั้ยฮะ?”
“...”
สิ้น เสียงคำถาม ซองมินก็เงียบกริบทันที รู้สึกโหวงเหวงอย่างไงไม่รู้ ตลอดหนึ่งเดือนที่คยูฮยอนมาทำงานด้วยทำให้เกิดอะไรขึ้นหลายอย่างกับหัวใจ
พรุ่งนี้จะไม่เห็นคยูฮยอนอีกแล้ว...ต้องการอย่างนั้นๆ จริงใช่มั้ยอีซองมิน?
ตอน ที่ชูภาพคยูฮยอนให้คนรับใช้ดูแล้วให้ไปเอาตัวมา มันก็เป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบที่ต้องการเท่านั้น และตอนนี้...กลับทำไม่ลง ทั้งๆ ที่มีโอกาสหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้จนเวลาผ่านไป
“เอ่อ...ผมไม่ต้องทำงานอีกแล้วใช่มั้ย?”
“...”
ซอง มินไม่ตอบแต่นั่งเงียบแทน คยูฮยอนก็อยากฟังคำตอบเหลือเกิน อยากให้อีกคนบอกว่าให้เขาทำงานต่อ มันรู้สึกไม่มีความสุขอย่างไงไม่รู้ ทุกครั้งที่ได้อยู่ทำงานกับซองมิน มันมีความสุขจริงๆ
อยากอยู่ที่นี่ต่อ ทุกๆ วันอยากมาทำงานที่นี่ คอยเอาเอกสารมาให้ซองมิน...
“ผม...ขอทำงานต่อได้มั้ย?”
ในที่สุดคยูฮยอนก็เอ่ยปากขอไป ซองมินเงยหน้ามองทันที รู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ได้สิ”
“ขอบคุณฮะ”
คยูฮยอนยิ้มแล้วเตรียมจะเดินออกจากห้องไป ซองมินจึงตัดสินใจแล้วเรียกคยูฮยอนทันที
“คยูฮยอน!”
“ฮะ? มีอะไรเหรอ?”
ซองมินลุกขึ้นแล้วเดินไปหาคยูฮยอน เรียกความกล้าสักพักก็บอกอีกคนไป
“...ฉันรักนาย”
“หะ...หา?”
เป็นคำบอกรักที่เบาจนคยูฮยอนไม่ได้ยิน ซองมินอยากจะด่าตัวเองที่พูดเบา ให้พูดอีกทีแล้วเขาจะกล้ามั้ยเนี่ย!?
“ฉัน...”
“ทำไมเหรอฮะ?”
“ฉันรักนาย!!!!”
หน้าของคยูฮยอนแดงทันทีที่ซองมินบอกอีกครั้ง เขาต้องหูฝาดแน่ๆ เมื่อกี้ซองมินบอกรักจริงเหรอ?
“ได้ยินชัดหรือยัง”
“ชะ...ชัดแล้ว”
หัวใจของคยูฮยอนเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกดีใจจริงๆ ที่รู้ว่าซองมินรักเขา แล้วเขาล่ะ? เขาจะบอกซองมินมั้ยว่าคิดอย่างไง?
“ทำงานที่นี่...ต่อไปเรื่อยๆ นะ”
“...”
“และห้าม...ไปยุ่งกับยัยยูรีอีก ฉันไม่รับประกัน”
“...”
คยูฮยอนพยักหน้าแทนคำตอบทุกครั้งแล้วซองมินก็เงียบไป มองอีกคนเหมือนจะให้พูดแบบที่เขาบอกไป
“...ส่วนผม...เอ่อ...”
“...”
“ผมก็...”
คยูฮยอนรู้สึกเขิน ไม่กล้าบอกจริงๆ อยากออกจากห้องนี้จัง
“ผมก็รัก...คุณ”
พูดออกไปแล้ว...
“ขอจูบได้มั้ย?”
“เอ๋?”
จูบ? จูบงั้นเหรอ?
“ดะ...เดี๋ยว! อุ๊บ!”
ยังไม่ทันที่จะพูดต่อก็ถูกปิดปากด้วยจูบไปเรียบร้อย บดขยี้ริมฝีปากจนแรงที่มีหายไปหมดต้องให้อีกคนประคองไว้
“นี่” ซองมินกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู “จากนี้จะมากกว่าจูบนะ”
คยูฮยอนเบิกตากว้างมองซองมินอย่างตกใจ มากกว่าจูบงั้นเหรอ? งั้นก็หมายความว่า...
“ห้ามบอกว่า ‘ไม่’ เพราะนายต้องตามใจฉัน”
ตามใจอีกแล้ว โธ่! ตายแน่คยูฮยอน จะเถียง จะห้ามก็ไม่กล้าได้แต่ยืนตกใจแล้วก็รอรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
“มาสนุกกันเถอะ หึหึ”
Aklare : เอแคลร์

'เด๋วฉันจะทำให้ครางลั่นก้านเลย'
> อ่านฟิค มินคยูเเล้วรู้สึกเหมือน
อ่านฟิค ยูริ เคะ+เคะ เลย 55
เพราะซองมินคงมีความเป็นเคะอยู่
ฟิคสนุกมากค่ะ
#1 By PEPPERMINT. on 2009-05-26 21:44