(S.Fic) Nebbia คิดว่า 69G มั้งนะ? เพ้อผู้ทรยศ...
posted on 05 Dec 2009 10:52 by 13minkyu in FICTION
Title: Nebbia
Author: Zezt-Junio
Paring: 69G (1st Nebbia x 1st Vongala)
Note: ใช้เวลาปั่นในสมุดสองวัน...ทำไมข้าพเจ้าปั่นช้าขนาดนี้นะ OTL แถมตอนปั่นยังต้องแอบไม่ให้เพื่อนเห็นอีก ปั่นไปมึนไปเลยทีเดียว.....
---------------------------------------------------------------------------------
เส้นทางตรงหน้าช่างเลือนลางยากล่วงรู้...
แสงอรุณอ่อนๆ สาดส่องบนใบหน้าเรียวที่เพิ่งเปิดประตูไม้สีงามเข้ามา ดวงเนตรสองสีมองร่างที่เอนตัวซบหน้ากับท่อนแขนใต้ผ้าคลุมยาวสีดำพลางยกยิ้มบางๆ ขายาวทั้งสองก้าวพาร่างไปที่โต๊ะไม้แล้วมองดูเอกสารที่กะจัดกระจายทั่วบริเวณ
"หลับในเวลางานสินะครับ" เสียงทุ้มหัวเราะแผ่วเบา
หลังจากจัดการเก็บเอกสารทุกแผ่นเรียบร้อย มือหนาก็สะกิดร่างใต้ผ้าคลุมเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนออกจนมองเห็นทรงผมฟูฟ่องสีทองที่ยิ่งงดงามยาวต้องอรุณ เจ้าของผมทองขยับกายเล็กน้อยก่อนมือจะเผลอปัดเอกสารที่ผู้มาใหม่จัดไว้เสียดิบดีร่วงกระจายอีกครา
"อา...แย่จริง"
เอกสารสำคัญๆ ทั้งนั้น...
"คุณเนี่ย...ก่อเรื่องบ่อยเสียจริง"
ยื่นมือหนาไปสะกิดร่างต้นเหตุพลางเอ่ยปลุกไปด้วย ร่างนั้นค่อยๆ ผงกหัวขึ้นอย่างงัวเงีย แว่วเสียงครางแผ่วเบาในลำคอและต่อด้วยเสียงอุทานชื่ออย่างตกใจที่เห็นหน้าของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก
"Nebbia!"
ตกใจเสร็จก็เร่งก้มหาเอกสารที่ทำค้างไว้ แต่ก็พบว่ามันกระจายกระจัดปะปนอยู่ตรงพื้นเต็มไปหมด ใบหน้าขาวเริ่มเปลี่ยนสีซีดก่อนจะหัวเราะแหะๆ
"ขอโทษนะ ข้าเผลอหลับไป..."
"ไม่สมกับเป็นวองโกเล่เลยนะครับ"
วองโกเล่รุ่นที่หนึ่งยกมือเกาหัวแกรกๆ แก้เก้อ ก่อนจะก้มสำรวจดูเครื่องแต่งกายของตนพลางจัดการให้เรียบร้อย ขณะนั้นผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกก็ก้มเก็บเอกสารให้บนโต๊ะแล้ว
"เหลืออีกเป็นปึกเลยนะครับ แบบนี้คงจะไม่เหมาะกับตำแหน่งบอสเสียแล้ว"
"ข้ากำลังสะสาง" เรียวปากคลี่ยิ้มบาง "ข้าต้องขอโทษจริงๆ แต่ต่อไปข้า..จิออตโต้จะไม่หลันในเวลางานอีก"
"ให้มันจริงเถอะครับ" สายหมอกยั่ว
"ไม่เชื่อข้างั้นหรือ"
"คุณหลับไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง" ร่างสูงเดินไปที่หน้าต่าง เปิดรับสายลมเข้ามา ผ้าม่านสีขาวปลิวไสวแลดูเป็นภาพงามนัก
"ต้องให้ไล่ครั้งไหมครับ"
"ก็ได้...ข้ายอมรับ" จิออตโต้ตัดสินใจยอมรับความจริง แอบเหลือบตามองร่างผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกที่แอบขำเบาๆ เขาหันกลับมาขมวดคิ้วเพ่งไปที่เอกสารตรงหน้า ...เรื่องแฟมิลี่ที่เป็นศัตรูช่างทำให้เครียดนัก
"แฟมิลี่นี้..." วองโกเล่หรี่ตาลง "เจรจาอย่างไรมิเคยยอมฟัง ดิ้นรนจะเป็นศัตรูเราเสียให้ได้"
"ตอนนั้นก็เกิดการปะทะกัน...ข้าไม่เข้าใจเสียจริง"
ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกยืนฟังเงียบๆ ดวงเนตรสองสีจ้องมองไปที่วิวนอกหน้าต่างเหม่อลอย
"แต่ข้าสงสัยอยู่เรื่องนึง..." เอกสารอีกแผ่นถูกนำออกมาดู "ในตอนนี้...ใยเจ้าพวกนั้นถึงรู้จุดอ่อนของวองโกเล่ พวกมันทำตัวกร่างขึ้น...โอ้อวดคล้ายกับจะโค่นล้มวองโกเล่"
"คุณไม่คิดว่า...จะมีนกต่ออยู่ในวองโกเล่บางหรือครับ"
"ไม่หรอกนะ ข้าเชื่อใจทุกคน" พร้อมรอยยิ้ม...มั่นใจ
"น่าสงสารนัก วองโกเล่..." สายหมอกหันหลังเดินกลับมาที่โต๊ะ จ้องมองเนตรสีฟ้าสวยของคนที่นั่งอยู่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
"น่าสงสารงั้นหรือ"
"ครับ"
"ข้า...เชื่อใจทุกคน" ย้ำน้ำเสียงแน่วแน่
เชื่อใจงั้นหรือ..?
...บางทีใจคุณอาจจะมีส่วนที่บิดเบี้ยวจากประโยคนี้ก็เป็นได้
"คึหึหึ"
ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกยื่นมือลูบใบหน้าอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน จิออตโต้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นริมฝีปากสายหมอกยิ้มน่าสงสัยหาความหมายไม่ได้เคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้า ค่อยประทับแผ่วเบาที่หน้าผากพลางกระซิบที่ข้างหู
"สายหมอกน่ะ...
หลอกลวง...บดบัง...ลวงตา คุณน่ะ...ไม่สามารถล่วงรู้เข้าใจได้หรอกครับ"
"หมายความว่าอย่างไร"
จิออตโต้เริ่มสงสัยเคลือบแคลงอีกฝ่ายขึ้นมาทันใด แต่ก็ภาวนามิต้องการให้สิ่งที่คิดเป็นจริง
"คุณไม่รู้ว่าสายหมอกปิดบังสิ่งใด"
"..."
"คุณไม่รู้ว่าสายหลอกหลอกลวงอะไร"
"..."
เจ้าปิดบัง เจ้าหลอกลวงสิ่งใด
"เจ้าปิดบังอะไร..." วองโกเล่ถาม น้ำเสียงเริ่มไร้ความมั่นใจ
ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกโอบแขนซ้ายที่แผ่นหลังจิออตโต้ มืออีกข้างหยิบแว่นตาคู่หนึ่งออกมา...อาวุธของสายหมอก จิออตโต้มองผ่านกรอบแว่นนั้นพลางขมวดคิ้ว ไม่ไว้ใจมันเลยสักนิด ...และตอนนี้ เขาเข้าใจมันหมดแล้ว
"เจ้าจะมองข้าผ่านกรอบแว่นนี้สินะ"
"ครับ...และนี่คือคำตอบ...ที่คุณสงสัย"
ริมฝีปากเคลื่อนจากใบหูมาประทับที่ริมฝีปากอีกฝ่ายแผ่วเบา มือหนาละลาบล้วงเข้าสู่ใต้ผ้าเนื้อดี "ผมเป็นคนบอกแฟมิลี่นั้น" จิออตโต้เบิกตากว้าง ไม่ใช่เพราะสัมผัส แต่เป็นความจริงที่สายหมอกหลอกลวง...
"ผมคือ...สายหมอกผู้ทรยศ"
สายหมอก...บดบัง
สายหมอก...ลวงตา
สายหมอก...ผู้ทรยศ
"ผู้...ทรยศ"
วองโกเล่รุ่นที่หนึ่งกัดริมฝีปากจนเปลี่ยนเป็นสีขาว มือเรียวกำแน่นสั่นระริกด้วยความโมโห โกรธ ตกใจ ปะปนผสมปนเปไปหมด... เขาเห็นผู้ทรยศยกแว่นในมือคล้ายเตรียมจะมองผ่านกรอบ คนสองคนจ้องหน้ากันนานครู่หนึ่งก่อนที่เปลวไฟนภาสีเพลิงจะลุกโพลง ...สัญญาณแห่งการต่อสู้ ...สัญญาณที่ว่าสายหมอกคือผู้ทรยศจริง ...แววตาสีฟ้าแปรเปลี่ยนมุ่งมั่นไร้ความลังเล
"ข้าผิดหวังเหลือเกิน..."
"Nebbia"
ม่านหมอกจางๆ ...ผู้ทรยศ
ในห้องผนังไม้สีงามปกคลุมด้วยความมืดครึ้มจากนภาไร้อรุณด้านนอก เศษแก้วแตกละเอียดบริเวณโต๊ะทำงาน มีเอกสารกระจัดกระจายทั่วห้อง สภาพเฟอร์นิเจอร์ สิ่งของต่างๆ ต่างเละเทะเสียจนดูไม่ได้ ...สภาพห้องหลังจากการต่อสู้...
แสงไฟสีนวลปรากฏหน้าประตูห้องพร้อมกับร่างของเหล่าผู้พิทักษ์พากันวิ่งมา "ท่านรุ่นที่หนึ่งครับ!!" ผู้พิทักษ์แห่งวายุยืนตะโกนเรียกพลางหอบเสียงดังแล้วก้าวเท้าพาร่างเข้าไปหาบุคคลที่ตนเคารพนับถือนักหนาพร้อมกับตะเกียงไฟ
"ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ" เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างห่วงใย
"ไม่..." เสื้อคลุมสีดำปลิวไสวไปด้านหลังยามสายลมพัดเข้ามา "สายหมอก...ไปแล้ว"
"เจ้านั่น...ทรยศเรางั้นหรือ!? ข้าจะฆ่ามันเสีย!!"
"อย่า..." ดวงเนตรสีฟ้าหรี่ลงอย่างอ่อนล้า
"ทั้งๆ ที่มันทรยศ...ใยท่านจึงไม่ให้ข้าไปฆ่ามัน! คนที่ทรยศและคิดจะทำร้ายท่าน ข้าไม่ปล่อยมันแน่!!"
ท่านคือคนที่ข้าเคารพและเทิดทูน...
...ชีวิตนี้ข้ายอมถวายแด่ท่านแล้ว
"ข้าอยากรู้เหตุผลของการทรยศ...ข้าเชื่อว่ามันต้องมีเหตุผล"
ข้าเชื่อว่า...มันไม่ใช่แค่เป็นเพราะเจ้าเป็นสายหมอก...
ร่างของอดีตผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกจ้องมองไปที่คฤหาสคน์วองโกเล่แฟมิลี่ เลื่อนสายตาไปที่หน้าต่างบานหนึ่ง เห็นร่างของคนๆ นั้นยืนอยู่ โดยด้านหลังมีผู้พิทักษ์แห่งวายุยืนก้มหน้านิ่ง ...นภาที่มิอาจเอื้อมถึง นภาที่เขาทำได้เพียงแค่หลอกลวง...
อยู่แต่เบื้องล่าง อยากเอื้อมไปหาเบื้องบนแต่มิอาจทำได้...จึงทรยศ
และเพราะเกรงนภาจะล่วงรู้อีกสิ่งที่ปิดบัง...
ผมจึงเลือกที่จะทรยศ...และจากไป
"ผมรั......."
--------------------------------------------------------------------
อารายไม่รู้วววววววววววววววววว (/เมา+วิบัติ)
ไม่รู้ว่าสายหมอกรุ่นแรกตาสีอะไร ใช้ตาสองสีไปแล้วกัน...หาภาพสีไม่เจอค่ะ TAT
คาดว่าอาจจะตาสีฟ้าล่ะมั้งคะ =A= แต่ปกติเราก็มั่วได้เสมออยู่แล้วค่ะ (ฮา)
เรื่องสั้นเรื่องนี้คิดได้ต่อจากโดสั้นๆ ของคู่เมฆารุ่นแรก x ปู่...
ทำแยกไว้ แถมยังไม่เสร็จอีกด้วย วันหลังจะ 3P ค่ะ (ฮา)
ตอนนี้เริ่มเพ้ออรุณรุ่นแรกแทน สุดหูรูดเลยทีเดียวเชียว แอร๊ยยยย >A<
พรุ่งนี้งานแคปฯ โกลด์ ไม่ได้ไปค่ะ TT_TT
เดี๋ยวตอนกลางวันจะมาอัพเอนทรี่วันพ่อค่ะ
เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ








Aklare : เอแคลร์